0

น้ำตาลหวานแต่ร้าย ภัยเงียบที่ทำให้สุขภาพแย่ รู้ก่อน เสี่ยงโรคร้ายแบบไม่รู้ตัว

2025-02-20 11:21:54

#greenpirates #กรีนไพเรทส์ #สลัดเคลอบกรอบ #ผักเคลอบกรอบ #ผักเคล

น้ำตาล ความหวานที่ซ่อนพิษ ทำให้ใครๆเสพติดได้โดยไม่รู้ตัว เคยไหมที่อยากของหวานทุกวันหรือเคยไหมลองลดน้ำตาลแล้วปวดหัว อารมณ์แปรปรวน นั่นคือสัญญาณว่าร่างกายเรากำลังถูกน้ำตาลควบคุมอยู่ น้ำตาลไม่เพียงแค่ทำให้อ้วนเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวการเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคร้ายต่างๆทั้งโรคเบาหวาน โรคหัวใจ ไปจนถึงสมองเสื่อม มารู้จักอันตรายจากนำตาลกัน


Table of contents


เช็ค! สัญญาณเตือนร่างกายได้รับน้ำตาลมากเกินไป

จากผลสำรวจของ สสส. พบว่าคนไทยกินน้ำตาลเฉลี่ยวันละ 20-25 ช้อนชาเลย ซึ่งรู้กันไหมว่าปริมาณน้ำตาลที่เหมาะสมในแต่ละช่วงวัยควรบริโภคในปริมาณเท่าไหร่ เด็กอายุ 6-13 ปี ควรกินน้ำตาลไม่เกิน 16 กรัมต่อวัน หรือประมาณ 4 ช้อนชา ส่วนวัยรุ่นอายุ 14-25 ปี สามารถกินได้มากขึ้นเล็กน้อย ไม่เกิน 24 กรัม หรือประมาณ 6 ช้อนชา พอเข้าสู่วัยทำงาน อายุ 25-60 ปี ปริมาณที่แนะนำจะอยู่ที่ 16 กรัมต่อวัน หรือประมาณ 4-6 ช้อนชา แต่ถ้าเป็นคนที่ต้องใช้พลังงานเยอะ เช่น นักกีฬา หรือคนทำงานที่ต้องออกแรงมาก สามารถกินได้ถึง 32 กรัม หรือประมาณ 8 ช้อนชา และสำหรับผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ควรควบคุมปริมาณน้ำตาลให้ไม่เกิน 16 กรัม หรือประมาณ 4 ช้อนชา เพราะระบบเผาผลาญเริ่มทำงานช้าลง หากกินน้ำตาลมากเกินไป ไม่ควบคุมปริมาณน้ำตาลหรือหาวิธีลดน้ำตาล อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังต่างๆ ได้ในอนาคต

วิธีสังเกตว่าร่างกายได้รับน้ำตาลมากเกินไป

  • ปัสสาวะบ่อย
  • หิวบ่อย อยากกินจุกจิก
  • อารมณ์เสีย หงุดหงิดง่าย
  • ร่างกายอ่อนล้า เพลีย ง่วงนอนง่าย
  • ผิวหนังอักเสบ สิวขึ้น
  • น้ำตาลเป็นตัวทำให้เกิดริ้วรอย แก่ก่อนวัย
  • น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น
  • ฟันผุ

น้ำตาลทำร้ายร่างกายอย่างไร?

การกินน้ำตาลมากเกินไปส่งผลเสียต่อร่างกายหลายด้าน อะไรบ้างมาดูกัน

  • ไขมันสะสมตามส่วนต่างๆของร่างกาย การกินน้ำตาลในปริมาณมากเกินไปเป็นสาเหตุหลักๆที่ทำให้เกิดไขมันสะสมตามส่วนต่างๆของร่างกายได้เลย
  • กินน้ำตาลมากไปทำให้กระดูกและฟันไม่แข็งแรง น้ำตาลที่มีส่วนผสมซูโครสคือแหล่งอาหารชั้นดีของแบคทีเรียในช่องปากเลย นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดฟันผุ คราบพลักและหินปูน ทั้งยังเป็นสาเหตุในการเกิดโรคกระดูกพรุนอีกด้วย
  • ทำให้ระบบการทำงานของร่างกายล้มเหลวได้เนื่องจากภาวะเลือดเป็นกรด
  • ความดันเลือดเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากน้ำตาลมีไขมันจำนวนมากและเมื่อไขมันนั้นสะสมทั่วร่างกาย ตับ ไต หัวใจ ทำให้อวัยวะเหล่านั้นทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ นั่นจึงทำให้ความดันเลือดเพิ่มสูงขึ้นได้
  • กินน้ำตาลมากเกินไปก็ทำให้เกิดความเครียดได้ การกินน้ำตาลอาจช่วยลดความเครียดได้แต่นั่นอาจทำให้หายเครียดได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น แต่ผลที่ตามมาคือความเครียดที่มากกว่าเดิมแน่นอน
  • การกินน้ำตาลมากเกินไปเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคร้ายต่างๆ ทั้งโรคเบาหวาน วัณโรค โรคหัวใจ และมะเร็งตับ


วิธีลดน้ำตาลในชีวิตประจำวันแบบง่ายๆ

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นรู้ไหมว่า ร่างกายก็ยังต้องการน้ำตาลอยู่ ถ้าขาดไปเลยอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ ส่งผลให้รู้สึกหน้ามืด เวียนหัว ไม่มีแรง หรืออ่อนเพลีย โดยเฉพาะผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน แม้ว่าจะต้องควบคุมน้ำตาล ไม่ให้สูงเกินไป แต่ก็ไม่ควรงดน้ำตาลทั้งหมด ควรกินในปริมาณที่พอดี เพื่อให้ร่างกายรักษาสมดุล ไม่ให้ระดับน้ำตาลต่ำจนเป็นอันตรายได้ และในบทความนี้เรามีวิธีลดน้ำตาลมาแนะนำสำหรับผู้ที่อยากลดน้ำตาลแต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหน มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง

  • เลี่ยงการกินอาหารมื้อใดมื้อนึงมากเกินไป
  • ควบคุมปริมาณอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต อย่างพวก แป้ง ข้าว ขนมปังหรือวุ้นเส้นเป็นต้น เลือกทานคาร์โบไฮเดรตแบบเชิงซ้อนแทน เช่น ธัญพืชหรือข้าวไม่ขัดสี
  • เลี่ยงการกินของหวาน จะสามารถช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้มาก
  • เลี่ยงเครื่องน้ำที่มีน้ำตาลสูง เช่น ชา กาแฟ น้ำอัดลมต่างๆ
  • ควบคุมปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์ การดื่มแอลกอฮอล์สามารถทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงได้เช่นกัน แต่กลับกันหากดื่มตอนท้องว่างก็จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำลงได้


บทสรุป

น้ำตาลก็เปรียบเสมือนกับ "ยาเสพติด" ที่จะทำให้เราเสพติดได้โดยไม่รู้ตัว หากเมื่อไหร่ที่บริโภคมากเกินไป ก็เสี่ยงโรคเบาหวาน โรคหัวใจ และสมองเสื่อม และในปัจจุบันคนไทยกินน้ำตาลกันเฉลี่ย 20-25 ช้อนชาต่อวันซึ่งเป็นปริมาณที่มากกว่าที่ร่างกายต้องการ ปริมาณน้ำตาลที่แนะนำ เด็กไม่เกิน 16 กรัม วัยรุ่น 24 กรัม วัยทำงานและผู้สูงอายุ 16-24 กรัม หากเกินกว่านี้ อาจส่งผลให้ง่วง อ่อนเพลีย ผิวพัง และน้ำหนักขึ้น

นอกจากนี้น้ำตาลยังอันตรายต่อร่างกายส่งผลให้เกิดไขมันสะสม ฟันผุ กระดูกไม่แข็งแรง และเพิ่มความดันโลหิต แต่นั่นไม่ได้แปลว่าร่างกายเราต้องขาดน้ำตาล เพราะร่างกายยังต้องการน้ำตาลอยู่เพียงแต่บริโภคในปริมาณที่เหมาะสม

ใครที่กำลังควบคุมน้ำตาลแต่ยังอยากมีของกินเล่นระหว่างวัน แนะนำสลัดผักเคลอบกรอบ รสออริจินอล จาก GreenPirates น้ำตาล 0% อร่อยได้แบบไม่ต้องกังวลเลย เพราะเราได้นำเอาผักจากแหล่งปลูกที่ได้รับมาตรฐานปราศจากยาฆ่าแมลง มาคลุกเคล้ากับน้ำสลัดสูตรพิเศษก่อนจะนำไปอบให้กรอบด้วยอุณหภูมิต่ำเพื่อให้คงคุณค่าทางสารอาหารไว้ได้มากที่สุด จนได้มาเป็นสลัดผักเคลอบกรอบที่มาในรูปแบบซองพร้อมทาน พกพาง่ายที่สำคัญกรอบ อร่อย ไม่ใส่ผงชูรส ไม่ใส่วัตถุกันเสีย ไม่ใส่สารแต่งกลิ่นและเจือสีสังเคราะห์

สลัดผักเคลอบกรอบ GreenPirates เรามีให้เลือกทั้งหมด 2 รสชาติด้วยกัน ได้แก่

  • สลัดผักเคลอบกรอบ รสออริจินอล  click

  • สลัดผักเคลอบกรอบ รสศรีราชา มาโย   click

ราคาเพียงซองละ 75 บาทเท่านั้น สนใจสั่งซื้อ   click


ขอบคุณข้อมูลจาก


ผู้แต่ง: GreenPirates


สนใจสั่งซื้อ:


ติดต่อเรา

🥬  147/23 ถนนพหลโยธิน แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน   กรุงเทพมหานคร 10220

📞 โทรศัพท์

  085-0454242

  097-1451483

📩 kpgreenpirates@gmail.com

Copyright ® 2024 KPGreenPirates.com