0

รู้จักผักเคลมากขึ้นกับคำถามที่พบบ่อยในผักเคล

2024-04-09 11:41:12

#ผักเคล #ผักเคลอบกรอบ #greenpirates #กรีนไพเรทส์ #สลัดเคลอบกรอบ

ผักเคล (Kale) ผักสีเขียวเข้มที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่ค่อนข้างสูง ผักเคลจึงถูกจัดให้เป็นหนึ่งใน "Superfood" ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย ไม่ว่าจะเป็นวิตามิน แร่ธาตุ ใยอาหาร รวมถึงสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยป้องกันโรคต่างๆ ทั้งโรคมะเร็ง โรคกระดูกพรุน โรคหัวใจ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม แม้ผักเคลจะถูกยกให้เป็นผักที่มีประโยชน์และทุกคนควรกินเพื่อสุขภาพ แต่ก็ยังหลายคนที่มีคำถามและข้อสงสัยอยู่มากมาย เช่น รสชาติของผักเคลเป็นอย่างไร? ควรกินยังไงถึงจะอร่อย? แล้วกินมากเกินไปจะเป็นอันตรายไหม? เป็นต้น

ดังนั้นบทความนี้เราได้รวบรวมคำถามยอดฮิตที่เกี่ยวกับการกินผักเคล และมาตอบทุกข้อสงสัยต่างๆ อย่างละเอียด เพื่อให้เพื่อนๆเข้าใจวิธีบริโภคผักเคลให้ได้ประโยชน์สูงสุด พร้อมทั้งกำจัดข้อกังวลใจต่างๆ เกี่ยวกับการกินผักเคล มาดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง



ผักเคล คืออะไร

    ผักเคลหรือที่เรียกที่ชื่อหนึ่งคือคะน้าใบหยิก จัดเป็นพืชที่อยู่ในตระกูลกะหล่ำเช่นเดียวกับบร็อกโคลี่ กะหล่ำดอก ผักเคลมีลักษณะลำต้นแข็ง ใบหยัก ผักเคลจัดเป็น Superfood หรืออาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ดังนั้นการกินเคลจึงได้รับโภชนาการบางส่วนที่มากกว่าอาหารหรือผักชนิดอื่นๆในปริมาณที่เท่ากัน นั่นทำให้ผักเคลถูกเรียกว่าเป็นราชินีแห่งผักใบเขียว


ผักเคลรสชาติเป็นยังไง

ผักเคลมีหลายสายพันธ์แต่จะมี 2 สายพันธ์ที่ได้รับความนิยมในไทยนั่นคือ เคลใบหยิกและเคลไดโนเสาร์ ซึ่งเคลแต่ละสายพันธ์ก็จะมีรสชาติที่แตกต่างกันออกไป

  • ผักเคลใบหยิก - จะมีลำต้นแข็ง ส่วนใบจะหยิกรอบใบลักษณะคล้ายผักกาดแต่รสชาติจะออกขม

  • ผักเคลไดโนเสาร์ - จะมีลักษณะคล้ายกับผักเคลใบหยิกแต่ใบจะตรงกว่าและมีรอยหย่นรสชาติขมแต่ เมื่อเทียบกับเคลใบหยิกแล้วผักเคลไดโนเสาร์จะมีความขมน้อยกว่า



ผักเคลกินยังไง 

    เราสามารถกินผักเคลได้หลายวิธี เช่นสามารถกินสดได้เลย หรือหรือส่วนมากจะนิยมนำมาทำสลัด เอามีปั่นเป็นสมูทตี้ก็อร่อยไปอีกแบบ ด้วยผักเคลมีรสชาติขมอาจจะทำให้การกินผักเคลสำหรับบางคนเป็นเรื่องที่ยาก ดังนั้นการนำผักเคลไปปรุงให้สุกก่อนกินผักเคลก็จะช่วยลดความขมและความเหม็นเขียวของผักเคลได้บางส่วน เช่นนำไปอบกรอบก็จะทำให้สามารถกินผักเคลได้ง่ายขึ้นแต่การนำไปอบกรอบอาจจะทำให้หลงเหลือความเหม็นเขียวของผักเคลได้บางส่วน ในบทความนี้เราจึงขอแนะนำสลัดผักอบกรอบ GreenPirates เราได้เล็งเห็นถึงปัญหาการกินผักเคลที่มีรสชาติขมและเหม็นเขียว มาคิดค้นและพัฒนาสูตรจนกลายเป็นสลัดผักอบกรอบ เราได้นำผักเคลมาคลุกเคล้ากับน้ำสลัดสูตรพิเศษก่อนนำมาอบในอุณหภูมิต่ำเพื่อคงคุณค่าทางสารอาหารให้ได้มากที่สุด นั่นจึงทำให้สลัดผักอบกรอบ GreenPirates มีรสชาติอร่อย กินง่าย ไม่ขมและไม่เหม็นเขียวเลย ลืมการกินผักเคลในรูปแบบเดิมที่ทั้งขมและเหม็นเขียวไปได้เลย สนใจสั่งซื้อ (คลิ๊ก)


ผักเคลประโยชน์

หากกินผักเคลเป็นประจำร่างกายจะได้รับประโยชน์จากวิตามินและแร่ธาตุต่างๆมากมาย ได้แก่ 

  • ผักเคลอุดมไปด้วยวิตามินเอ (Vitamin A) และลูทีนดังนั้นการกินผักเคลก็จะช่วยบำรุงสายตาและป้องกันจอประสาทตาจากรังสี UV ลดการเกิดโรคจอประสาทตาเสื่อมและโรคต้อกระจกตาได้อีกด้วย

  • ผักเคลมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงทั้งวิตามินซี (Vitamin C) เบต้าแคโรทีน (Beta-Carotene) ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งและสามารถดูดซึมสารที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งจากอาหารปิ้งย่างได้

  • ผักเคลสามารถลดระดับไขมันในเลือด ลดการเกิดโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือดเนื่องจากในผักเคลมีไฟเบอร์ (Fiber) และโพแทสเซียม (Potassium) สูง

  • ผักเคลช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวานและลดระดับน้ำตาลในเลือดได้เนื่องจากในผักเคลอุดมไปด้วยไฟเบอร์ (Fiber) และแมงกานีส (Manganese)

  • วิตามินซี (Vitamin C) ในผักเคลจะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย ลดการอักเสบในร่างกาย และป้องกันหวัด

  • ผักเคลอุดมไปด้วยวิตามินซี (Vitamin C) และสารต้านอนุมูลอิสระ ที่นอกจากจะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายและป้องกันการเกิดมะเร็งได้แล้วยังช่วยบำรุงผิวให้กระจ่างใส ลดรอยดำ ลดริ้วรอย และบำรุงเส้นผมได้ดีอีกด้วย

  • วิตามินเค (Vitamin K) ในผักเคลช่วยลดการเกิดโรคกระดูกพรุน กระดูกเปราะได้ นอกจากนี้วิตามินเค (Vitamin K) ในผักเคลยังช่วยในการแข็งตัวของเลือดได้



ข้อควรระวังในการกินผักเคล

ถึงแม้การกินผักเคลจะมีประโยชน์มากมายแต่สำหรับคนทุกหนึ่งอาจจะต้องระวังในการกินผักเคลด้วยเช่นกัน

  • เนื่องจากผักเคลมีโพแทสเซียม (Potassium)สูง ดังนั้นผู้ที่ป่วยเป็นโรคไต ผู้ที่กินยาลดความดันโลหิตกลุ่ม Beta-blockers และต้องจำกัดปริมาณโพแทสเซียมในเลือด 

  • ผู้ที่กินยาต้านการแข็งตัวของเลือดอยู่ ก็ต้องระวังในการกินผักเคลด้วยเช่นกันเนื่องจากผักเคลมีวิตามินเค (Vitamin K) ที่ช่วยในเรื่องของการแข็งตัวของเลือดด้วยนั่นเอง

  • ผู้ที่มีภาวะไฮโปไทรอยด์ (Hypothyroidism) หรือภาวะขาดฮอร์โมนไทรอยด์ ควรระวังในการกินผักเคลเนื่องจากหากกินในปริมาณที่มากเกินไปจะทำให้ไปยับยั้งฮอร์โมนในต่อมไทรอยด์ได้

ดังนั้นหากใครที่มีโรคประจำตัวอยู่ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนกินผักเคลหรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของผักเคลด้วยเช่นกัน


Ref.

https://nutrilite.co.th/th/article/kale


สนใจสั่งซื้อ:



ติดต่อเรา

🥬  147/23 ถนนพหลโยธิน แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน   กรุงเทพมหานคร 10220

📞 โทรศัพท์

  085-0454242

  097-1451483

📩 kpgreenpirates@gmail.com

Copyright ® 2024 KPGreenPirates.com